Wednesday, March 24, 2010

การทำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็น (cold-pressed coconut oil)

เผอิญว่าผู้เขียนมีเวลาศึกษาคลิปเกี่ยวกับการผลิตเครื่องสำอางใช้เอง ของชาวต่างชาติ (ตัวอย่างคลิปอยู่ทางด้านขวามือของบทความค่ะ) ส่วนผสมหลักส่วนหนึ่งคือน้ำมันมะพร้าว แต่เราจะหาซื้อที่ไหนได้ เพราะอยู่ในชนบท จึงสืบค้นหาวิธีที่จะผลิตไว้ใช้เอง (มั่นใจกว่าซื้อสินค้าคนอื่น) จึงเพิ่งถึงบางอ้อว่า...ยังมีคนไทยอีกหลายกลุ่มที่กำลังต่อสู้เพื่อให้ พืชสมุนไพรของไทยเรา เป็นที่ยอมรับสู่สากล รู้สึกศรัทธามาก

สามารถศึกษาสาระความรู้จากน้ำมันมะพร้าวได้ที่นี่ค่ะ :
http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=chaimongkol&id=34
และที่ http://www.coconut-virgin.com/home.html

ด้วยความที่อยากลองผลิตครีม หรือโลชั่น ไว้เพื่อเป็นยากลางบ้าน ใช้ทาแผลหรือรักษาเท้าแตก ที่ปรุงจากสมุนไพรในสวนหลังบ้าน จึงเริ่มการทดลองทำน้ำมันมะพร้าวดังนี้

1. คั้นน้ำกะทิด้วยน้ำอุ่น ใส่ภาชนะที่สะอาดที่สุด ตั้งทิ้งไว้ในห้องทำงาน เนื่องจากในห้องครัวจะมีเชื้อราปนเปื้อนมาก (จากที่อ่านมา) ในวันแรกก็สามารถมองเห็นว่าน้ำมันแยกเป็น 3 ชั้น รอจนครบวันที่สามหลังการหมัก ปกติผู้เขียนหมักน้ำกะทิในวันพุธ แล้วกรองในวันเสาร์เช้า เพื่อให้ทันกับการตั้งน้ำมันตากแดดในตอนเที่ยง ขั้นตอนต่อไปคือยกโหลน้ำหมักไปนอกบ้าน และใช้มุ้งคลุม เนื่องจากไม่ต้องการให้แมลงวันมารบกวนการทำงานของผู้เขียน


จะเห็นว่าน้ำกะทิแยกตัวเป็น 3 ชั้น ให้ช้อนชั้นบนสุดทิ้ง (บางคนเอาไปต้มทำสบู่)

ควรทำอย่างเบามือ ชั้นที่สองเราจะได้น้ำมันมะพร้าว ค่อยๆตักไปกรองในผ้าขาวบางเก็บไว้ใช้ บรรจุในภาชนะสะอาด ตั้งทิ้งไว้กลางแดดจัดประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อให้ใส จากนั้นนำไปใช้เพื่อการบริโภคได้ โดยการผสมกับเครื่องดื่มร้อน หรือดื่มเปล่าๆ 1 ช.ต. หรือนำไปทำกับข้าวใช้แทนน้ำมันพืชที่เคยใช้ ภายใน 2 เดือนแรกของการทดลอง ผู้เขียนสามารถลดน้ำหนักได้ครั้งแรก 3 ก.ก.ในรอบ 2 ปี และเมื่อตรวจร่างกายก็ไม่พบความผิดปกติใดๆเลย นับว่ามีโชคที่สุดแล้ว
สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าว :

1.ใช้บริโภคแทนน้ำมันพืชในปัจจุบัน น้ำมันมะพร้าวไม่ทำให้อ้วน และช่วยลดความอ้วน
2.ใช้เพื่อการทำเครื่องสำอาง ทำยา
3.ดื่มทุกวันเพื่อปรับความสมดุลของร่างกาย

ศึกษาได้จากที่นี่ค่ะ
http://www.naturalmind.co.th/

เมื่อตักเอาส่วนที่เป็นน้ำมันมะพร้าวออกแล้ว น้ำส่วนล่างสุดเรียกว่าน้ำเปรี้ยว ให้เติมกากน้ำตาล 1 ช.ต. และหัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ช.ต. ก็ได้ E.M. ขยายไว้ใช้ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ในภาพ (ฝาสีเหลือง) และขวดคือน้ำหมักชีวภาพจากดอกไม้ กระปุกขวาสุดคือกากน้ำตาลสำหรับการทำ E.M.ขยาย
เมื่อผสมครีม(ชั้นบนสุด) กับน้ำเปรี้ยว(ชั้นล่างสุด) ก็ให้ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ (E.M.) กากน้ำตาล 1-2 ช.ต. คนให้เข้ากัน
จากนั้นกรอกใส่ขวด เหลือเนื้อที่จากปากขวดประมาณ 4-5 นิ้ว เพื่อให้ก๊าซได้ระบาย ตั้งไว้ในที่ร่ม คลายเกลียวขวดทุกวัน ครบ 7-10 วัน นำออกมาใช้ได้

ผลผลิตจากการหมักน้ำกะทิ

1. ได้น้ำมันมะพร้าว
2. ได้น้ำหมักชีวภาพขยายเพื่อการทำความสะอาด ใส่ต้นไม้แทนปุ๋ย ปรับสภาพน้ำสู่ทางระบายน้ำชุมชนโดยเทไปตามท่อน้ำทิ้งภายในบ้าน

ขอให้สนุกนะคะ



















Tuesday, March 23, 2010

การทำน้ำยาอเนกประสงค์อัญชันชีวภาพ(สูตร2)

สูตรนี้เกิดขึ้นมาเนื่องจากน้ำยาอเนกประสงค์อัญชันชีวภาพกลายสภาพเป็นน้ำใสๆ ภายในเวลา 2 สัปดาห์ เนื่องจากกระบวนการทำ แก้ปัญหาโดยใช้กลีบดอกอัญชันตากแห้งต้มน้ำ 2 ช.ต. และได้เพิ่มน้ำผึ้ง 60 ซี.ซี. เพื่อลดการตึงผิว เนื่องจากผู้เขียนได้รับคอมเม้นต์จากท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

ส่วนผสมมีดังนี้
น้ำหมักชีวภาพอัญชัน 200 มล. หรือ 1 แก้ว
เกลือป่น 1 ก.ก. (12 บาท)

น้ำเปล่า 8 ขัน (1 ถัง)

N 70 (สารขจัดคราบ) 1 ถุง ราคา 80 บาท

กลีบดอกอัญชันตากแห้งประมาณ 50 กลีบ (10ดอก) ใส่น้ำเล็กน้อย
พอท่วมประมาณ 2 ช.ต. ต้มพอออกสีแล้วกรองไว้
น้ำผึ้ง 60 ซีซี.

ขั้นตอนการทำ : 1. เท N 70 ใส่ถัง ใช้ไม้พายกวนเบาๆ
ไปทางเดียวกันจนขึ้นขาว

2. เติมน้ำอัญชันที่ต้มได้ทีละนิดสลับกับการคนเบาๆไปทางเดียวกัน

3. จากนั้นเติมน้ำหมักชีวภาพอัญชันทีละนิดสลับกับการคนเบาๆ
ไปทางเดียวกันจนหมด
4. ใส่น้ำผึ้ง แล้วคนเบาๆ
5. เติมเกลือเติมน้ำทีละนิดพร้อมคนเบาๆสลับกันไป
เกลือ..ช่วยในการปรับความข้นความเหลว


ทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้ฟองยุบตัว รุ่งเช้ากรอกใส่ขวด
จะได้น้ำยาอเนกประสงค์สีม่วงใส 1 แกลลอน
(12 ลิตร) และขวดพร้อมใช้อีก 3 ลิตร


สรุป : ลงทุนไม่เกิน 100 บาท ได้ทั้งน้ำยาซักผ้า
น้ำยาล้างจาน และสบู่เหลว





































ง่ายๆสไตล์พ่อบ้าน (แบบครบวงจร)

เดี๋ยวนี้หน้าที่ในการเก็บดอกอัญชันทุกๆเช้าเป็นของพ่อบ้านอย่างไม่รู้ตัว เริ่มจากผู้เขียนให้ช่วยทำน้ำยาอเนกประสงค์อัญชันชีวภาพ เพื่อใช้ซักผ้า ล้างจาน อาบ ล้างหน้า และเป็นแชมพูก็ได้ จากนั้นก็ให้ช่วยเก็บดอกอัญชันหากผู้เขียนไม่ว่าง หรือแม้แต่ให้ช่วยหยิบน้ำตาลมาเติมใส่ในโหลหมักอัญชัน ก็ทำมาแล้วทั้งสิ้น


ครั้นเมื่อดอกไม้บานเต็มต้น....ใครเลยจะอดใจไหว
เก็บแล้วก็ต้องล้างน้ำด้วยนะ กลัวฝุ่นจับจะสกปรก....แต่ไม่เคยเชื่อ

ยัดโครมเลย ...ในโหล

อย่าใช้มือนะ.....แต่เขาหรือจะเชื่อ (กระบวนการหมักต้องสะอาดจริงๆ)

เทน้ำตาลใส่แล้วก็เป็นอย่างนี้ไง...... งานเข้า
(ภาพบน)น้ำชีวภาพอัญชันที่ผ่านการหมักมาระยะหนึ่งแล้ว ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป น้ำชีวภาพจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมม่วง รสเปรี้ยวจัด

สามารถนำไปทำน้ำยาอเนกประสงค์ใช้ซักล้างทั่วไป ลืมตากผ้าทั้งคืนผ้าก็ไม่เหม็น
เมื่อเก็บดอกอัญชันแล้วก็ต้องบำรุงกันหน่อย ใส่ E.M ขยายได้เลย โดยผสมกับน้ำ เทลงไปเล้ย ทำเอง ใช้เอง ไม่ต้องกลัวเปลือง (สูตรนี้หมักจากน้ำชีวภาพมะกรูด)

แล้วก็รดต้นไม้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเหนื่อย

บังเอิญเป็น E.M. ขยายขวดสุดท้ายที่ทำตั้งแต่คราวก่อน ใช้ทุกวันเช่น รดต้นไม้ ดับกลิ่น ใส่บ่อปลาหางนกยูง ดับกลิ่นคาว ถูพื้น ล้างห้องน้ำ และใส่โถส้วม ทำให้ส้วมไม่เต็มไว เมื่อก่อนต้องเรียกบริการทุกเดือนๆละ 150 บาท ตั้งแต่ใส่ E.M. ทุกวัน ปีหนึ่งใช้บริการแค่ 2 ครั้ง เท่านั้น ผู้เขียนก็ยัง..งง
พูดไปเรื่อยเปื่อย เห็นพ่อบ้านเดินไปเปิดห้องเก็บของ ตวงน้ำหมักชีวภาพมะกรูดมา 1 ขัน
(มะกรูด 3 ก.ก.+น้ำตาลทรายแดง 1 ก.ก.+น้ำ 10 ขัน) หมักนาน 3 เดือนขึ้นไป

แล้วกรอง

เทกากน้ำตาลใส่ในน้ำหมักชีวภาพมะกรูดที่กรองแล้วประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ

คนให้เข้ากัน


ใส่น้ำลงไป 8-10 ขัน


นำไปกรอกใส่ขวด ให้เหลือเนื้อที่ไว้สัก 4-5 นิ้ว เนื่องจากจะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการหมัก

ปิดฝาแล้วนำไปวางไว้ในที่ๆมีอุณหภูมิปกติ ห้ามให้ถูกแดด ประมาณวันที่ 3 ของการหมักจะเกิดก๊าซ ห้ามเขย่าขวด ให้ค่อยๆคลายเกลียว ให้ระวังการระเบิดของก๊าซจากขวด เมื่อเปิดฝาไล่ลมแล้วรีบปิด ควรทำทุกวันจนครบ 7 วัน ก็นำมาใช้ได้